บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 4 ซุกซ่อน

4.ซุกซ่อน

“ท่าน…ท่านแม่ ข้าว่าท่านอย่าลำบากคิดเรื่องนี้ให้ข้าเลย”  เคอหลิ่งหลินยิ้มเจือนเหมือนคนปวดท้อง

                “ใช่ท่านแม่  ข้าเองก็อยากทำงานรับใช้ราชสำนัก” จ้าวจิ่นสือพูดขึ้นบ้าง

                “หลิ่นหลิง”  ฮูหยินอี้ซิ่วเรียกสติ “เจ้าอายุยี่สิบแล้ว สาวบ้านอื่นออกเรือนตั้งแต่สิบสี่สิบห้า แต่เจ้ายี่สิบแล้วนะ เจ้าจะให้แม่รู้สึกผิดที่เจ้าไม่ได้ออกเรือนเพราะมัวแต่ช่วยงานท่านแม่ทัพหรืออย่างไร”

                “สิ่งที่ข้าทำล้วนทำด้วยความเต็มใจยิ่งแล้วท่านแม่” นางทำหน้าหมองก่อนจะเหลือบตามองคนที่โดนชะตากรรมเดียวกันแล้วฉีกยิ้มออกมา “ถ้าจ้าวจิ่นสือยังไม่ได้แต่งงาน ข้าจะแต่งก่อนก็กระไรอยู่นะเจ้าคะ”

                “เดี๋ยวๆ เจ้าอย่ามาโบ้ยใส่ข้านะ” จ้าวจิ่นสือหันไปถลึงตาใส่เคอหลิ่งหลิน

                “ถ้าจิ่วสือยังไม่ออกเรือนข้าจะออกเรือนก่อนได้อย่างไรกัน” เคอหลิ่งหลินชิงพูดขึ้นมาก่อนแล้วแสร้งทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยน้องชายที่อายุอ่อนกว่าเพียงครึ่งปีเท่านั่น

                “แต่ว่ากันตามจริงคนเป็นพี่สมควรออกเรือนก่อนน้องมิใช่หรือ” เอาซิ! หากนางอยากเป็นพี่สาวนักเขาก็ยกตำแหน่งให้นางได้แต่งงานก่อนเขา

                “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ยิ่งเจ้าเห็นข้าเป็นพี่ พี่สาวคนนี้ก็มีหน้าที่ต้องดูแลน้องชายให้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียก่อน” นางประสานสายตาอย่างไม่ยอมแพ้

                “พอเถอะๆ จะเกี่ยงกันไปไย ถึงอย่างไรพวกเจ้าทั้งสองก็ต้องแต่งงาน” แม่ทัพจ้าวอาศัยความเป็นบิดามากำราบเด็กสองคนที่ไม่รู้จักโตเสียนิ่งสนิท “จะใครแต่งก่อนแต่งหลังก็ต้องแต่งด้วยกันทั้งคู่นั้นแหละ”

                “เอาล่ะๆ เรื่องนี้คุยกันวันหลังก็ได้ เจ้าทั้งสองเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆก็ไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า”

                “เจ้าค่ะท่านแม่”

                แม่ทัพกับฮูหยินออกจากห้องไปแล้วเคอหลิ่งหลินก็ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แล้วเดินออกมาด้านนอก

                “ที่หลังของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวจิ่นสื่อส่งเสียงถามเจือความห่วงใย

                “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ข้าแค่กลิ้งล้มไปหลายตลบและตกหลังม้าไปครั้งสองครั้งเท่านั้น” 

                “คราวหน้าคราวหลังเจ้าก็เลิกเอาตัวเองมาบังข้าเสียที ข้าดูแลตัวเองได้” เขารู้ดีว่าที่นางบาดเจ็บเพราะค่อยปกป้องเขาเสมอ 

                เคอหลิ่งหลินหมุนตัวกลับมาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มแบบที่จ้าวจิ่นสือรู้ดีว่านางมักตีหน้าซื่อให้คนอื่นหลงกลอยู่เสมอ  นางยื่นมือไปบีบปลายจมูกของเขาราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กน้อย  

                “หลิ่งหลิน!” จ้าวจิ่นสือปัดมือของนางออก เขาอุตส่าห์เป็นกังวลแต่นางกลับทำเหมือนเขาเป็นน้องชายที่นางต้องดูแลเคอหลิ่งหลิน

                “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่เป็นอะไรง่ายๆ ยังไงต้องมีชีวิตอยู่ดื่มเหล้ามงคลของเจ้าแน่ๆ” เคอหลิ่งหลินหัวเราะคิกคักไม่ได้มีกิริยาอ่อนหวานอย่างหญิงสาวทั่วไป

                “เจ้าอย่ามาผลักภาระให้ข้า” 

                “อย่างไรกัน เจ้ามีหญิงที่หมายปองในใจแล้วหรือไม่”

จะว่าไปก็อย่างที่ท่านแม่พูด อายุขนาดพวกเขาควรแต่งงานออกเรือนกันได้แล้ว แต่ด้วยติดภารกิจชายแดนซึ่งก็เหมือนข้ออ้างเสียมากกว่าทำให้ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน สำหรับเคอหลิ่งหลินไม่มีคำว่า ‘แต่งงาน’ อยู่ในหัวน้อยๆของนางเลย หากไม่ได้หมายความว่านางจะไม่มีชายในดวงใจนี่นะ

                “แล้วเจ้าเล่าไปถูกตาต้องใจบุรุษบ้านไหนเข้าถึงขนาดฝึกเป่าขลุ่ย เขียนภาพแถมยังอ่านตำราโคลงกลอนต่างๆอีก”

                “จ้าวจิ่นสือ!” นางถลึงตาใส่แถมยกหมัดขึ้นข่มขู่

แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจเพราะเขารู้ความลับของนาง อย่างเคอหลิ่นหลิงนะหรือจะอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาทำตัวเป็นกุลสตรี ท่วงท่าการเดินหรือรับประทานอาหาร ตลอดจนฝึกดนตรีหรือเขียนภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี่ท่านแม่เคยหาอาจารย์มาฝึกสอนแต่นางก็แทบไม่สนใจเลยสักนิด จนท่านแม่อ่อนใจยอมตามใจนางไม่ส่งใครมาอบรมนางอีก

                “เอาน่าพี่สาว อยากให้ข้าส่งเกี้ยวขนาดแปดคนหามไปรับเจ้าบ่าวบ้านไหน ข้าก็ยินดีช่วยเหลือให้พี่สาวได้แต่งงานออกเรือน”

                “นี่เจ้าอยากเห็นออกจากบ้านเจ้าไปเร็วๆละซิ” เคอหลิ่งหลินแสร้งก้มหน้ายกหลังมือขึ้นเช็ดที่ขอบตา

                จ้าวจิ่นสือปรายตามองแล้วส่งเสีย เหอะ! ในลำคอ “เจ้าใช้ลูกไม้นี่กับข้าไม่ได้หรอก”

                มือที่แสร้งเช็ดน้ำตาชะงักไปแล้วเงยหน้าขึ้นกัดฟันฉีกยิ้มให้  “เรียกข้าว่าพี่สาว แต่จิกกัดข้าได้ทุกคำ”

                “ก็ใครอยากให้เจ้าเรียกข้าว่าน้องชายล่ะ” เขากอดอกยืนตัวตรง แน่นอนว่าเวลานี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางคนนั้นอีกแล้ว และจะไม่หลงมารยาของนางอีกแน่ๆ

                “ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว” ที่ไม่อยากคุยเพราะถูกจับผิดได้นะซิ  เคอหลิ่งหลินหมุนตัวกลับจะเดินกลับห้องแต่ได้ยินเสียงจ้าวจินสือเรียกไว้ก่อน

                “กลับห้องไปพักผ่อนเสีย ไม่ใช่ไปแอบเป่าขลุ่ยให้ต้นไม้ในป่าฟังล่ะ”

                หญิงสาวกำมือแน่นข่มความโกรธ ก็แน่ล่ะเขาเป็นพยาธิในท้องนางหรือไรกันถึงได้รู้ว่านางจะทำอะไร เคอหลิ่งหลินหันมาแล้วค่อยๆฉีกยิ้มหวานอย่างฝืนใจ แล้วเดินตรงกลับห้องพักของตัวเอง

                จ้าวจิ่นสือคลี่ยิ้มอ่อนโยนแบบที่จ้าวหลิ่งหลินจะไม่มีวันได้เห็นบนใบหน้าของเขา เขาเป็นห่วงนางเช่นพี่น้องห่วงใยกัน  หลายปีมานี่เขาคอยเฝ้ามองดูนางเสมอ แม้คนอื่นจะไม่กล้ามองนางเต็มสองตาเพราะหวาดกลัวชื่อเสียงของ เคอหลิ่นหลิง แต่กระนั้นนางก็เป็นคนที่จิตใจอ่อนโยนและขี้สงสารคนเป็นที่สุด   นางยอมเจ็บตัวเองเสียดีกว่าจะต้องลงมือฆ่าใคร หากแต่เมื่อใดที่ต้องพรากลมหายใจของมันผู้นั้น นางก็กลับสงบนิ่งและดูเหี้ยมโหดอย่างที่ใครต่อใครลื่อกันไป ก็เพราะเช่นนี้นางจึงไม่มีใครกล้ามาสู่ขอแต่งงาน ดูว่านางเองก็ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรนัก   แต่ในบางครั้งเขารู้สึกว่านางคงมีชายในดวงใจที่ทำให้นางอยากเป็นหญิงสาวในหัวใจของเขา นางถึงได้พยายามทำอะไรที่ไม่เคยทำแม้จะดูขัดเขินนัก

                ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ นางจะปิดเขาได้นานแค่ไหน  เขาแค่ไม่อยากสืบเท่านั้นหรอกนะ  ใครกันหนอที่ทำให้พี่สาวของเขาหวั่นไหวได้เพียงนี้.

…………………………………………………………………..

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ

Facebook Comments