คลังเก็บหมวดหมู่: บุปผาร่ายรัก

บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 4 ซุกซ่อน

4.ซุกซ่อน

“ท่าน…ท่านแม่ ข้าว่าท่านอย่าลำบากคิดเรื่องนี้ให้ข้าเลย”  เคอหลิ่งหลินยิ้มเจือนเหมือนคนปวดท้อง

                “ใช่ท่านแม่  ข้าเองก็อยากทำงานรับใช้ราชสำนัก” จ้าวจิ่นสือพูดขึ้นบ้าง

                “หลิ่นหลิง”  ฮูหยินอี้ซิ่วเรียกสติ “เจ้าอายุยี่สิบแล้ว สาวบ้านอื่นออกเรือนตั้งแต่สิบสี่สิบห้า แต่เจ้ายี่สิบแล้วนะ เจ้าจะให้แม่รู้สึกผิดที่เจ้าไม่ได้ออกเรือนเพราะมัวแต่ช่วยงานท่านแม่ทัพหรืออย่างไร”

                “สิ่งที่ข้าทำล้วนทำด้วยความเต็มใจยิ่งแล้วท่านแม่” นางทำหน้าหมองก่อนจะเหลือบตามองคนที่โดนชะตากรรมเดียวกันแล้วฉีกยิ้มออกมา “ถ้าจ้าวจิ่นสือยังไม่ได้แต่งงาน ข้าจะแต่งก่อนก็กระไรอยู่นะเจ้าคะ”

                “เดี๋ยวๆ เจ้าอย่ามาโบ้ยใส่ข้านะ” จ้าวจิ่นสือหันไปถลึงตาใส่เคอหลิ่งหลิน

                “ถ้าจิ่วสือยังไม่ออกเรือนข้าจะออกเรือนก่อนได้อย่างไรกัน” เคอหลิ่งหลินชิงพูดขึ้นมาก่อนแล้วแสร้งทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยน้องชายที่อายุอ่อนกว่าเพียงครึ่งปีเท่านั่น

                “แต่ว่ากันตามจริงคนเป็นพี่สมควรออกเรือนก่อนน้องมิใช่หรือ” เอาซิ! หากนางอยากเป็นพี่สาวนักเขาก็ยกตำแหน่งให้นางได้แต่งงานก่อนเขา

                “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ยิ่งเจ้าเห็นข้าเป็นพี่ พี่สาวคนนี้ก็มีหน้าที่ต้องดูแลน้องชายให้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียก่อน” นางประสานสายตาอย่างไม่ยอมแพ้

                “พอเถอะๆ จะเกี่ยงกันไปไย ถึงอย่างไรพวกเจ้าทั้งสองก็ต้องแต่งงาน” แม่ทัพจ้าวอาศัยความเป็นบิดามากำราบเด็กสองคนที่ไม่รู้จักโตเสียนิ่งสนิท “จะใครแต่งก่อนแต่งหลังก็ต้องแต่งด้วยกันทั้งคู่นั้นแหละ”

                “เอาล่ะๆ เรื่องนี้คุยกันวันหลังก็ได้ เจ้าทั้งสองเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆก็ไปพักผ่อนกันก่อนดีกว่า”

                “เจ้าค่ะท่านแม่”

                แม่ทัพกับฮูหยินออกจากห้องไปแล้วเคอหลิ่งหลินก็ถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร แล้วเดินออกมาด้านนอก

                “ที่หลังของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวจิ่นสื่อส่งเสียงถามเจือความห่วงใย

                “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ข้าแค่กลิ้งล้มไปหลายตลบและตกหลังม้าไปครั้งสองครั้งเท่านั้น” 

                “คราวหน้าคราวหลังเจ้าก็เลิกเอาตัวเองมาบังข้าเสียที ข้าดูแลตัวเองได้” เขารู้ดีว่าที่นางบาดเจ็บเพราะค่อยปกป้องเขาเสมอ 

                เคอหลิ่งหลินหมุนตัวกลับมาแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มแบบที่จ้าวจิ่นสือรู้ดีว่านางมักตีหน้าซื่อให้คนอื่นหลงกลอยู่เสมอ  นางยื่นมือไปบีบปลายจมูกของเขาราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กน้อย  

                “หลิ่งหลิน!” จ้าวจิ่นสือปัดมือของนางออก เขาอุตส่าห์เป็นกังวลแต่นางกลับทำเหมือนเขาเป็นน้องชายที่นางต้องดูแลเคอหลิ่งหลิน

                “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่เป็นอะไรง่ายๆ ยังไงต้องมีชีวิตอยู่ดื่มเหล้ามงคลของเจ้าแน่ๆ” เคอหลิ่งหลินหัวเราะคิกคักไม่ได้มีกิริยาอ่อนหวานอย่างหญิงสาวทั่วไป

                “เจ้าอย่ามาผลักภาระให้ข้า” 

                “อย่างไรกัน เจ้ามีหญิงที่หมายปองในใจแล้วหรือไม่”

จะว่าไปก็อย่างที่ท่านแม่พูด อายุขนาดพวกเขาควรแต่งงานออกเรือนกันได้แล้ว แต่ด้วยติดภารกิจชายแดนซึ่งก็เหมือนข้ออ้างเสียมากกว่าทำให้ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน สำหรับเคอหลิ่งหลินไม่มีคำว่า ‘แต่งงาน’ อยู่ในหัวน้อยๆของนางเลย หากไม่ได้หมายความว่านางจะไม่มีชายในดวงใจนี่นะ

                “แล้วเจ้าเล่าไปถูกตาต้องใจบุรุษบ้านไหนเข้าถึงขนาดฝึกเป่าขลุ่ย เขียนภาพแถมยังอ่านตำราโคลงกลอนต่างๆอีก”

                “จ้าวจิ่นสือ!” นางถลึงตาใส่แถมยกหมัดขึ้นข่มขู่

แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะร่าด้วยความสะใจเพราะเขารู้ความลับของนาง อย่างเคอหลิ่นหลิงนะหรือจะอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาทำตัวเป็นกุลสตรี ท่วงท่าการเดินหรือรับประทานอาหาร ตลอดจนฝึกดนตรีหรือเขียนภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี่ท่านแม่เคยหาอาจารย์มาฝึกสอนแต่นางก็แทบไม่สนใจเลยสักนิด จนท่านแม่อ่อนใจยอมตามใจนางไม่ส่งใครมาอบรมนางอีก

                “เอาน่าพี่สาว อยากให้ข้าส่งเกี้ยวขนาดแปดคนหามไปรับเจ้าบ่าวบ้านไหน ข้าก็ยินดีช่วยเหลือให้พี่สาวได้แต่งงานออกเรือน”

                “นี่เจ้าอยากเห็นออกจากบ้านเจ้าไปเร็วๆละซิ” เคอหลิ่งหลินแสร้งก้มหน้ายกหลังมือขึ้นเช็ดที่ขอบตา

                จ้าวจิ่นสือปรายตามองแล้วส่งเสีย เหอะ! ในลำคอ “เจ้าใช้ลูกไม้นี่กับข้าไม่ได้หรอก”

                มือที่แสร้งเช็ดน้ำตาชะงักไปแล้วเงยหน้าขึ้นกัดฟันฉีกยิ้มให้  “เรียกข้าว่าพี่สาว แต่จิกกัดข้าได้ทุกคำ”

                “ก็ใครอยากให้เจ้าเรียกข้าว่าน้องชายล่ะ” เขากอดอกยืนตัวตรง แน่นอนว่าเวลานี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางคนนั้นอีกแล้ว และจะไม่หลงมารยาของนางอีกแน่ๆ

                “ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว” ที่ไม่อยากคุยเพราะถูกจับผิดได้นะซิ  เคอหลิ่งหลินหมุนตัวกลับจะเดินกลับห้องแต่ได้ยินเสียงจ้าวจินสือเรียกไว้ก่อน

                “กลับห้องไปพักผ่อนเสีย ไม่ใช่ไปแอบเป่าขลุ่ยให้ต้นไม้ในป่าฟังล่ะ”

                หญิงสาวกำมือแน่นข่มความโกรธ ก็แน่ล่ะเขาเป็นพยาธิในท้องนางหรือไรกันถึงได้รู้ว่านางจะทำอะไร เคอหลิ่งหลินหันมาแล้วค่อยๆฉีกยิ้มหวานอย่างฝืนใจ แล้วเดินตรงกลับห้องพักของตัวเอง

                จ้าวจิ่นสือคลี่ยิ้มอ่อนโยนแบบที่จ้าวหลิ่งหลินจะไม่มีวันได้เห็นบนใบหน้าของเขา เขาเป็นห่วงนางเช่นพี่น้องห่วงใยกัน  หลายปีมานี่เขาคอยเฝ้ามองดูนางเสมอ แม้คนอื่นจะไม่กล้ามองนางเต็มสองตาเพราะหวาดกลัวชื่อเสียงของ เคอหลิ่นหลิง แต่กระนั้นนางก็เป็นคนที่จิตใจอ่อนโยนและขี้สงสารคนเป็นที่สุด   นางยอมเจ็บตัวเองเสียดีกว่าจะต้องลงมือฆ่าใคร หากแต่เมื่อใดที่ต้องพรากลมหายใจของมันผู้นั้น นางก็กลับสงบนิ่งและดูเหี้ยมโหดอย่างที่ใครต่อใครลื่อกันไป ก็เพราะเช่นนี้นางจึงไม่มีใครกล้ามาสู่ขอแต่งงาน ดูว่านางเองก็ไม่ได้เดือดร้อนใจอะไรนัก   แต่ในบางครั้งเขารู้สึกว่านางคงมีชายในดวงใจที่ทำให้นางอยากเป็นหญิงสาวในหัวใจของเขา นางถึงได้พยายามทำอะไรที่ไม่เคยทำแม้จะดูขัดเขินนัก

                ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ นางจะปิดเขาได้นานแค่ไหน  เขาแค่ไม่อยากสืบเท่านั้นหรอกนะ  ใครกันหนอที่ทำให้พี่สาวของเขาหวั่นไหวได้เพียงนี้.

…………………………………………………………………..

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ

บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 3 ซุกซ่อน

บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 3 ซุกซ่อน

เพียงร่างงามระหงเดินเข้ามาในห้องก็เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมอง เคอหลิ่งหลินเดินอย่างสำรวมกิริยาไปนั่งที่โต๊ะซึ่งมีสำรับอาหารพรั่งพร้อม แม่ทัพจ้าวและฮูหยินส่งยิ้มให้อย่างโล่งใจที่เห็นลูกสาวบุญธรรมกลับมาด้วยร่างกายที่ไม่บุบสลาย ส่วนจ้าวจิ่นสือคีบเนื้อห่านย่างเข้าปากไม่รอให้นางมาถึงด้วยซ้ำ

                “ขออภัยที่ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องรอเจ้าคะ” เคอหลิ่งหลินพูดน้ำเสียงเบาฟังดูอ่อนหวาน แต่ทำให้จ้าวจิ่นสือหัวเราะออกมา นางตวัดสายตามองพร้อมเม้มปากแน่นสะกดความไม่พอใจที่น้องชายต่างสายเลือดพยายามยั่วยุนาง

                “จิ่นสือ” มารดาปรามด้วยน้ำเสียงแล้วส่ายหน้าไปมา “เอาเถอะ เห็นว่าเจ้าหิว แม่ให้คนเตรียมของบำรุงเจ้าไว้แล้ว”

                “ขอบคุณเจ้าคะ”

                ท่าทางเรียบร้อยดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ทำให้จ้าวจิ่นสือถึงกับแหงนหน้าหัวเราะ เคอหลิ่งหลินไม่อาจสะกดอารมณ์ของนางได้อีก นางเผลอยกมือทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนชี้หน้าผู้ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นน้องชายนางไปตลอดชีวิต

                “จ้าวจิ่นสือ!”

                ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ มือใหญ่ของนักรบผู้กล้าก็ใช้ตะเกียบคีบขาห่านส่งเข้าปากนาง ด้วยความหิวและความโกรธนางงับลงทันที และกว่าจะรู้ตัวว่าหลงกลเจ้าน้องชายเข้าให้ก็ตอนที่นางลิ้มรสนุ่มละมุ่นของห่านอบน้ำผึ้งในปากของนางเอง เคอหลิ่งหลินจำใจนั่งลงที่เดิมแล้วใช้มือหยิบจับอาหารเป็นปกติ โธ่! นางอุตส่าห์แอบฝึกมารยาทมาอย่างดีแต่ก็ต้องหลงกลน้องชายเผยนิสัยเดิมออกมาได้ ท่านแม่ทัพและฮูหยินหันมามองหน้ากันแล้วลอบถอนหายใจเบาๆ ความใฝ่ฝันของฮูหยินอี้ซิ่วคือบุตรีน่ารักน่าเอ็นดู   แม้จะรับเคอหลิ่งหลินมาเป็นบุตรบุญธรรม แต่นิสัยนางซุกซนเหมือนเด็กรวมทั้งกิริยามารยาทก็ไม่ได้อ่อนหวานนัก ดูจะขัดกับใบหน้าที่ละมุนละไมของนางมาก  

                “เอาเถิด แบบนี้ซิถึงจะดูเป็นครอบครัวเดียวกัน” แม่ทัพจ้าวโบกมือห้ามไม่ให้สองพี่น้องปะทะคารมกันอีก ไม่ถือสานิสัยของเคอหลิ่งหลินเพราะรู้ดีว่านางใช้ชีวิตอยู่ในป่าเขามาตั้งแต่เด็กก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในกองทัพเช่นนี้

                “ลำบากเจ้าดูแลจิ่นสือจริงๆ” ฮูหยินอี้ซิ่วมองหญิงสาวอย่างเอ็นดู เพราะเคอหลิ่งหลินค่อยติดตามสามีนางในสนามรบจนบัดนี้ก็มาค่อยดูแลบุตรชายคนเดียวของนางอีก ทั้งที่เป็นหญิงก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่หญิงสาวทั่วไปพึ่งกระทำ

                “ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกเจ้าคะ” จ้าวหลิ่งหลินพูดยิ้มๆ  อิ่มเอมกับอาหารเลิศรสแล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาก “เป็นข้าที่ควรตอบแทนบุญคุณท่านทั้งสองที่เลี้ยงดูข้าต่างหาก”

                “การปราบกองโจรครั้งนี้นับเป็นผลงานยอดเยี่ยมมาก”  บิดาเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “แต่ก็อย่าชะล่าใจ คอยฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ”

                “ขอรับท่านพ่อ” แม้จะเล่นหัวกับเคอหลิ่งหลิน แต่เมื่อพูดคุยกับบิดาเขาจะพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมเสมอ นั้นเพราะเขาต้องการให้บิดายอมรับว่าเขานั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ ไม่ใช่เด็กเล็กในร่างผู้ใหญ่อย่าง เคอหลิ่งหลิน

                “ไม่เอาน่าท่านพี่ จิ่นสือก็ทำสุดกำลังแล้ว ท่านควรผ่อนหนักเบาให้ลูกชายบ้าง”  มารดามักจะตกที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อลูกเสมอ  คนหนึ่งแข็งคนหนึ่งอ่อน นางต้องคอยประณีประนอมทั้งสองฝ่าย  

                “ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุขดี เราถึงได้อยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้”

                การออกไปปราบโจรป่าครั้งนี้ไม่ได้หนักหนาอะไร เพียงแต่กินเวลาไปกว่าที่จ้าวจิ่นสือคิดไว้มาก จากเดิมที่คิดว่าจะใช้เวลาเพียงแค่สามวันแต่กินเวลาล่วงไปถึงห้าวันถึงกวาดต้อนโจรป่าออกมาได้หมด รวมทั้งหัวหน้าใหญ่นั่นด้วย

                “ข้ามีเรื่องอยากท่านพ่อ โปรดเมตตาพวกเขาด้วยเถิด เพราะความยากจนหิวโหยทำให้พวกเขากลายเป็นโจร หาได้มีสันดานเป็นโจรไม่ ข้าเองก็ไม่ต้องการให้มีการหลั่งเลือดรดแผ่นดิน จิ่นสือเองก็ออมมือไม่ทำร้ายพวกเขา”  

เคอหลิ่งหลินเอ่ยตามความจริงในใจ  นางเอกเองก็เคยเป็นเช่นเดียวกับคนเหล่านั้นจึงเข้าใจพวกเขาเป็นอย่างดียิ่ง

                “เรื่องนั้นเจ้าอย่าได้กังวลไป” แม่ทัพจ้าวออกปากรับคำเองจึงทำให้เคอหลิ่นหลิงสบายใจขึ้น “ข้าจะให้จิ่นสือดูแลเรื่องนี้เอง”

                “ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” ใบหน้าอ่อนหวานคลายความกังวลและแย้มยิ้มราวกับได้ของขวัญเป็นค่าตอบแทนที่นางออกไปช่วยจ้าวจิ่นสือกวาดต้อนโจรป่าในครั้งนี้

                “ช่างเถอะๆ อย่าคุยเรื่องงานเลย เอาเป็นว่าตอนนี้บ้านเมืองสงบสุข เจ้าสองพี่น้องก็เตรียมตัวเข้าเมืองหลวงเถิดนะ”

                “เข้าเมืองหลวง?” จ้าวจิ่นสือชะงักมือไปเล็กน้อย “ไปทำอะไรหรือท่านแม่”

                “ฮ่องเต้มีพระราชสาส์นให้ครอบครัวของเราเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยง”   

มารดาพูดยิ้มๆ นางไม่ได้เข้าวังไปเจอพี่น้องคนอื่นๆนานแล้ว จึงอดยิ้มอย่างคิดถึงไม่ได้ ฮูหยินอี้ซิ่วเดิมก็คือองค์หญิงอี้ซิ่ว เป็นพระขนิษฐาขององค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่เมื่อมาสมรสกับแม่ทัพจ้าวซื่อก่วงที่แม้เดิมจะเป็นเพียงสามัญชนแต่มากความสามารถในการรบ นางก็ยินดีติดตามสามีมาอยู่ชายแดน ทว่าช่วงที่บ้านเมืองยังไม่สงบ แม่ทัพจ้าวร้องขอให้ฮูหยินและบุตรชายรั้งอยู่เมืองหลวงหลายปี จนแม่ทัพจ้าวกวาดล้างเหล่ากบฏชายแดนได้หมดจึงให้ครอบครัวได้เดินทางมาพำนักพักอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

                “หมายถึงเข้าวังหรือเจ้าคะ” คิ้วเรียวก็ขมวดยุ่งขึ้นมาทันที “ข้าต้องไปด้วยหรือ”  

                สำหรับเคอหลิ่งหลินแล้ว นางเคยเข้าเมืองหลวงแต่ไม่เคยเข้าวังเลยสักครั้ง เพียงแค่คิดว่าต้องอยู่ในสถานที่อึดอัดที่ต้องคอยระวังกิริยามารยาทแล้วละก็… 

                “เป็นอะไรไป ผู้กล้าอย่างหลิ่นหลิงไม่กล้าเข้าวังหลวงรึ”   จ้าวจิ่นสือดูออกถึงความกังวลของนางแต่ก็อดล้อมิได้ ก็แน่ล่ะ เขาเติบในรั้วในวังก่อนออกมาใช้ชีวิตข้างนอกจึงไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลอะไร แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับพิธีรีตองต่างๆอย่างเคอหลิ่นหลิงมันคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย

                “ให้ข้าเข้าป่ายังจะดีเสียกว่า”

                ทั้งบิดามารดาบุญธรรมถึงกับสำลักน้ำชา ฮูหยินอี้ซิ่วถึงกับหัวเราะออกมาเพราะนางช่างทำเหมือนสามีของนางสมัยที่ยังทั้งสองครองรักกันใหม่ๆ นัก

                “หลินเอ๋อร์ แม่อยากให้เจ้าไปเจ้าจะไปเป็นเพื่อนแม่ได้หรือไม่” 

                เคอหลิงหลินแอบถอนหายใจเบาๆ แต่ละเรื่องในวังหลวงที่ลอยเข้าหูนางไม่เห็นมีเรื่องสนุกสักเรื่อง นางจึงไม่เคยมีความคิดอยากย่างกรายเข้าไปใกล้ แต่เมื่อเห็นสายตาของแม่บุญธรรมแล้ว นางก็ได้แต่ก้มหน้าจัดการอาหารบนโต๊ะโดยไม่พูดอะไร

                “ปีนี่พวกเจ้าทั้งคู่ก็อายุยี่สิบกันแล้ว พ่อกับแม่ก็เห็นว่ามันควรแก่เวลาที่พวกเจ้าจะแต่งงานกันได้เสียที”

                อุ๊ก! แค่กๆ

                เป็นเสียงสำลักของพี่น้องต่างสายโลหิต โดยเฉพาะเคอหลิ่งหลินถึงกับเนื้อแกะติดคอ ฮูหยินอี้ซิ่วต้องยื่นมือมาทุบหลังให้นาง.

…………………………………………………………………..

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ

 

บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 2 หลุมพราง

 บุปผาร่ายรัก ตอนที่ 2 หลุมพราง

  “ถ้าเจ้าเป็นคนสกุลจ้าวเมื่อไหร่ อยากได้เสื้อผ้ามากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา”  

                เด็กหญิงเอียงคอฟังอีกฝ่ายแล้วทำหน้าฉงนในสิ่งที่ได้ยิน นั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มหงุดหงิด 

                “เสื้อผ้าข้ามีพออยู่แล้ว เพียงแค่ข้าขี้เกียจซักน่ะ”

                “ถ้าเจ้าเป็นคนสกุลจ้าวเมื่อไหร่ เสื้อผ้าก็ไม่ต้องซักเอง” นางช่างทึ่มนัก นี่นะหรือเด็กสาวแสนชาญฉลาดที่บิดาเขากล่าวชมอยู่เสมอ “นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีอาหารการกิน เจ้าชอบกินหมั่นโถวไม่ใช่เรอะ”

                “จริงเหรอ ข้าจะได้กินหมั่นโถวด้วยเหรอ”  

                โธ่! เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่จริง 

                “ใช่ จะกินเท่าไหร่ก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ด้วย ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่นะ”

                “ข้าอยู่ที่นี่ได้จริงๆเหรอ” เด็กสาวถามอย่างไม่มั่นใจ 

                “ได้ซิ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็อยากให้เจ้าอยู่ที่นี่”

                “แล้วเจ้าล่ะ?”

                “ข้า?”

                “อืม ข้าก็ชอบที่นี่นะ มีที่ซุกหัวนอน มีของอร่อยให้กิน แต่ข้าไม่อยากเป็นคนรับใช้นี่”

                “ใครจะให้เจ้าเป็นคนรับใช้กันเล่า”

                “แล้วจะให้ข้าอยู่ที่นี่ทำอะไรล่ะ” นางยังเกาศีรษะน้อยๆอย่างไม่เข้าใจ

                “ก็มาเป็นพี่น้องกับข้าไง” จ้าวจิ่นสือพูดอย่างหมดความอดทน

                “ห๋า!” นางร้องเสียงดังอย่างตกใจ

                “ใช่! ไม่ดีหรือไง!”

                “ก็…ถ้าข้าเป็นน้องของเจ้า เจ้าก็ต้องข่มเหงข้านะซิ”

                เด็กหนุ่มตบหน้าผากตัวเอง นางโง่และทึ่มอย่างที่สุดแต่เขาก็สงสารนาง ยิ่งเห็นนางยืนเหม่อลำพังก็รู้ดีว่านางต้องเหงาและทุกข์ใจมากเพียงใด

                “ถ้าเช่นนั้นข้าให้เจ้าเป็นพี่สาวของข้าก็ได้ เจ้าจะได้เลิกกังวลว่าจะมีใครรังแกเจ้ารวมทั้งข้าด้วย”

                ใบหน้าเด็กสาวค่อยๆระบายยิ้ม และยังเป็นยิ้มกว้างจนจ้าวจิ่นสือขมวดคิ้วก่อนจะร้องออกมา

                “เจ้าแกล้งข้าใช่ไหม! หลิ่งหลิน!”

                “บุรุษพูดแล้วไม่คืนคำ เจ้ายกตำแหน่งพี่สาวให้ข้าแล้ว ข้าย่อมยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจ” ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เป็นประกายว่านางนั้นได้ชัยชนะในครั้งนี้แล้ว

                จากชีวิตที่ไร้พี่น้องมาสิบสี่ปี มาบัดนี้นางมีน้องชายตัวโตแถมอายุห่างกันเพียงห้าเดือนเท่านั้น  เช้าวันต่อมานางจึงได้อยู่จวนแม่ทัพในฐานะบุตรบุญธรรม  แต่กระนั้นนางก็มักบอกผู้อื่นด้วยนามสกุลเดิมของบิดาเสมอ นาง ได้มีที่ซุกหัวนอนแถมยังเป็นที่นอนอุ่นๆ อาหารการกินไม่มีอดยากและยังได้ร่ำเรียนหนังสือด้วย  ผิดก็แต่ที่นางไม่อาจเป็นกุลสตรีอย่างที่จ้าวฮูหยินคาดหวัง  เพราะนางแก่นแก้วซุกซนนัก ให้นางฝึกกระบี่ยังก้าวหน้ากว่าเขียนภาพ  เล่นดนตรี  เดินหมาก หรือร่ายรำเสียอีก

                เคอหลิ่งหลินหัวเราะให้กับความคิดคำนึงของตัวเอง นางติดตามแม่ทัพจ้าวออกรบหลายครั้ง แม้นางจะเป็นเด็กแต่เรื่องพื้นที่การแกะรอยนั้นแม่นยำนัก รวมทั้งจ้าวจิ่นสือที่บิดาฝึกให้เรียนรู้กลศึกต่างๆ  นางเองก็คอยติดตามเขาเสมือนเงาไปอย่างไม่รู้ตัว

                หญิงสาวมองดูผู้คนที่ทยอยเข้าไปในจวนแม่ทัพหมดแล้วก็ลงจากหลังม้า ส่งให้เด็กรับใช้นำม้าไปเก็บแล้วเดินไปที่ห้องพักของตนเอง ชุนเอ๋อร์เห็นผู้เป็นนายกลับมาแล้วก็รีบเข้าไปช่วยปลดผ้าคลุมไหล่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินออก

                “คุณชายจิ่นสือให้บ่าวเตรียมน้ำอุ่นให้คุณหนู บ่าวชะเง้อมองจนคอแทบเคล็ดไม่เห็นคุณหนูมาเสียทีนึกว่าท่านจะหลงทางกลับบ้านไม่ถูกเสียแล้ว”

                “คนอย่างเคอหลิ่งหลินนะรึจะหลงทาง” 

หญิงสาวหัวเราะเสียงใส แต่ก็ขมวดคิ้วข่มความเจ็บแปลบที่แล่นพาดผิวหนัง ชุนเอ๋อร์เป็นหญิงรับใช้ประจำตัวนางซึ่งอยู่ทำงานกับหญิงสาวมาหลายปีจึงสังเกตเห็นอาการเจ็บปวดของผู้เป็นนายได้ชัด ก็คุณหนูของนางเหมือนคุณหนูบ้านอื่นที่ไหนกันเล่า   

“คุณหนู  หลังท่านมีแต่รอยช้ำเต็มไปหมด” ชุนเอ๋อร์อุทานอย่างตกใจ

“ข้าอยากแช่น้ำอุ่นเสียหน่อย เจ้าไปรอข้างนอกก่อนเถิด ถ้าข้าเงียบไปนานค่อยเข้ามาดู” เพราะร่างกายแบบรับความเหนื่อยล้า นางจึงมักเผลอหลับในอ่างอาบน้ำเสมอ

“เจ้าค่ะ บ่าวจะหายามาทาให้นะเจ้าคะ”

เคอหลิ่งหลินได้แต่พยักหน้าแล้วจัดการสระผมที่เต็มไปด้วยฝุ่น  นางอยากล้างกลิ่นคาวเลือดออกให้หมด ไม่ชอบเลยที่ต้องให้กระบี่เปื้อนเลือด แม้ครั้งนี้จะไม่มีผู้ใดเสียชีวิตแต่ก็บาดเจ็บกันไม่น้อย เมื่อชำระล้างคราบเหงื่อออกไปครั้งหนึ่งแล้วนางจึงลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำและหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

“หลิ่งหลิน”

เสียงทุ้มต่ำดังอยู่หน้าห้อง หญิงสาวลืมตาขึ้นยังไม่ทันขานรับอะไร บานประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของจ้าวจิ่นสือที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่เรียบร้อยแล้วเดินเข้ามา  ดวงตาคมหรี่มองคนที่ยังแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ นางไม่ได้ขยับตัวแต่รู้ว่าสายตาของเขาต้องการมองเพียงแผ่นหลังของนาง

“รอยช้ำเล็กน้อย เดี๋ยวก็หาย”

“ฮืม”

เคอหลิ่งหลินออกจะแปลกใจที่ได้ยินเสียงตอบรับเพียงแค่นั้น แต่นางก็ไม่ได้หันมาเผชิญหน้ากับเขาจึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เพียงอึดใจร่างสูงก็หมุนตัวแล้วก้าวออกไปเป็นจังหวะเดียวกับที่ชุนเอ๋อร์วิ่งเข้ามาพอดี

“คุณชาย เอ่อ…” ชุนเอ๋อร์เพียงได้แค่ยอบกายลงอย่างน้อบนอมแต่อีกฝ่ายเพียงปรายตามองขวดยาในมือนางแล้วเดินออกมา   หญิงรับใช้ไม่รู้ว่าคุณชายคิดอะไรอยู่แต่ตอนนี้นางรีบปิดประตูแล้วมาดูแลคุณหนูของนาง

“จิ่นสือออกไปแล้วใช่ไหม” ถามทั้งที่รู้แต่อยากได้ความมั่นใจมากกว่า ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เขาเข้ามาแบบนี้ เขาเพียงเป็นห่วงนางก็เท่านั้น

“เจ้าค่ะ”

“ช่วยข้าแต่งตัวหน่อยเถิด ข้าหิวจนหมดแรงแล้ว”

“เดี๋ยวบ่าวทายาให้คุณหนูก่อนนะเจ้าคะ” 

 ชุนเอ๋อร์มองผู้เป็นนายที่ขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ ปกติคุณหนูของนางทำอะไรเองไม่ค่อยให้นางปรนนิบัติ แต่คงเพราะคุณหนูอ่อนเพลียจริงๆ วันนี้นางถึงได้ช่วยคุณหนูแต่งตัว รวมทั้งทายาที่รอยช้ำด้านหลัง เคอหลิ่งหลินสวมชุดกระโปรงสีเขียวละมุนตา ผมยาวสลวยปักด้วยปิ่นหยกทำให้ดูงดงามยิ่งขึ้น แม้เครื่องหน้าจะไม่ได้ประทินโฉมอะไรแต่ก็งดงามอย่างพอดี 

“เจ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรกัน” เคอหลิ่งหลินทำเสียงหงุดหงิด

“ก็คุณหนูของบ่าวงดงามนี่เจ้าคะ” ไม่บ่อยหรอกที่จะเห็นคุณหนูของนางแต่งกายงดงามสมเป็นบุตรีของแม่ทัพจ้าวนี่นะ ผิดกับคุณชายที่มักงามสง่าทุกเวลาอยู่แล้ว

“เอาเถอะ ข้าหิวแล้ว กินอิ่มท้องแล้วข้าจะกลับมานอนให้สำราญใจ”

ร่างงามพูดเขินๆ แล้วเดินออกไป แต่เพราะไม่คุ้นกับชุดสตรีงดงามเช่นนี้ นางเกือบเผลอเหยียบชายกระโปรงตัวเอง โชคดีที่ชุนเอ๋อร์ไหวพอที่จะช่วยประคองคุณหนูได้ทันเวลา โธ่! ชุดสวยแต่คนใส่ซุ่มซ่ามไม่สมชุดเอาเสียเลย เคอหลิ่งหลินได้แต่บอกตัวเองแล้วยืดตัวตรงเดินด้วยท่วงท่างามสง่าแบบที่ชุนเอ๋อร์คอยแนะนำนางบ่อยๆ ปีนี้นางอายุยี่สิบแล้ว นางไม่มั่นใจว่าตัวเองจะดีงามเพียบพร้อมพอจะเป็นที่รักของใครสักคนได้หรือไม่ หญิงสาวที่มักมีใบหน้าเรียบนิ่งดุจน้ำแข็งยามเมื่ออยู่สนามรบอย่างเคอหลิ่งหลินเผลอยิ้มเขินอายอย่างไม่รู้ตัว เพียงแค่คิดถึงบุรุษคนหนึ่งที่เคยให้คำสัญญากับนางไว้.

ปล.นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่าไร มิได้อิ่งประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น

…………………………………………………………………..

ในรูปแบบ E-Books ได้ตามรายชื่อด้านล่างนี้

บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย 18+)
เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
กับดักรักสุภาพบุรุษมาเฟีย (ดวงใจมาเฟีย18+)
ปรารถนาแห่งฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ไฟรักบัลลังก์ฟาโรห์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ทาสรักลำน้ำไนล์ (ชุดบัลลังก์ไอยคุปต์18+)
ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เล่ห์รักจรัสทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
เม็ดทรายใต้เรียวรุ้ง (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
มนต์ทรายเสน่หา (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย18+)
บุปผาร่ายรัก (นิยายจีนย้อนยุค) 18+
เล่าเรื่องลับฉบับรักร้อน 18+
แผนลวงบ่วงเสน่หา 18+
ทรายพราวแสง 18+
หนี้รัก จอมพยศ 18+
เรือนกระดังงา 20+
สาปรักรัตติกาล 18+
กลลวงรักเจ้าชายเถื่อน 18+
Friend หนึ่งความหมายหัวใจเดียวกัน
Breath ลมหายใจในฤดูรัก
รื่นรมย์ในความลวง
ยิ้มอัปสรในรัตติกาล
เพียงเสียงบนดาวเคราะห์น้อย
เพียงหนึ่งนกที่เดียวดาย
เราเป็นเพียงหมู่ปลาฝูงเดียวกัน

หรือจะเลือกอ่านแบบเป็นตอนๆ ได้ที่นี้
ขอบคุณครับ